IQOS ผิดกฎหมายไหม คือหนึ่งในคำถามที่ผู้ใช้งาน IQOS ในประเทศไทยถามมากที่สุด และคำตอบไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คิด เพราะสถานะทางกฎหมายของ IQOS ในไทยขึ้นอยู่กับว่ากำลังพูดถึง “ตัวเครื่อง” หรือ “ไส้ TEREA” และกำลังพูดถึงการใช้งาน การนำเข้า หรือการจำหน่าย สรุปสั้นๆ คือ การใช้ IQOS ด้วยตัวเองในที่ส่วนตัวอยู่ในพื้นที่เทาของกฎหมาย ขณะที่การนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนกว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องและคำชี้แจงของ อย. เพื่อให้ผู้ใช้ทุกท่านเข้าใจภาพรวมได้อย่างถูกต้อง ก่อนตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ในชีวิตประจำวัน
IQOS ผิดกฎหมายไหม — ตอบตรงตามกฎหมายไทยปัจจุบัน
คำตอบตรงๆ สำหรับคำถาม IQOS ผิดกฎหมายไหม คือ IQOS มีสถานะทางกฎหมายที่แตกต่างกันในแต่ละแง่มุม ทำให้ไม่สามารถตอบแบบ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” เพียงคำเดียวได้อย่างแม่นยำ ตัวเครื่อง IQOS ILUMA เป็นอุปกรณ์ให้ความร้อนที่ใช้กับยาสูบจริง ซึ่งในทางเทคนิคอาจถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พิจารณาว่าเข้าข่ายอุปกรณ์ที่ใกล้เคียงกับบุหรี่ไฟฟ้า ในขณะที่ไส้ TEREA เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบจริงที่มีใบยาสูบอยู่ภายใน จึงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ กฎหมายไทยยังไม่มีบทบัญญัติที่ระบุถึง “ผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อน” (Heated Tobacco Product หรือ HTP) โดยตรงในฐานะหมวดผลิตภัณฑ์แยกต่างหาก ซึ่งต่างจากหลายประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นที่มีกรอบการกำกับดูแล HTP โดยเฉพาะ ความคลุมเครือทางกฎหมายนี้ทำให้การตีความในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ และมักส่งผลให้การบังคับใช้ไม่สม่ำเสมอในแต่ละพื้นที่และแต่ละสถานการณ์
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้ IQOS เพื่อตนเอง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การนำเครื่อง IQOS เข้าประเทศโดยไม่ผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายศุลกากรและ อย. ถือเป็นความเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุด หากต้องการซื้อ IQOS ในไทย ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือซึ่งดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการครอบครองสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย
ตัวเลขที่น่าสนใจจากการศึกษาในหลายประเทศระบุว่า IQOS ปล่อยสารพิษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาถึง 90-95% แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์กลายเป็นสิ่งปลอดภัยโดยสมบูรณ์ และ อย. ไทยยังไม่ได้รับรองข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ IQOS ในประเทศไทย 2568
เพื่อตอบคำถาม IQOS ผิดกฎหมายไหม อย่างครบถ้วน จำเป็นต้องรู้จักกฎหมายหลัก 3 ฉบับที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ซึ่งแต่ละฉบับมีขอบเขตการบังคับใช้ที่ต่างกัน
ฉบับแรกคือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทในประเทศไทย กฎหมายฉบับนี้กำหนดนิยามของ “ผลิตภัณฑ์ยาสูบ” ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากใบยาสูบหรือมีส่วนประกอบของยาสูบ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสูบ ดม อม หรือเคี้ยว กรณีของไส้ TEREA ที่มีใบยาสูบจริงอยู่ภายในจึงเข้าข่ายเป็น “ผลิตภัณฑ์ยาสูบ” ตามกฎหมายฉบับนี้อย่างชัดเจน ซึ่งหมายความว่าการผลิต นำเข้า และจำหน่ายต้องได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนด รวมถึงการมีคำเตือนสุขภาพบนบรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด
ฉบับที่สองคือ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดระเบียบการนำเข้าสินค้าทุกประเภทเข้าประเทศไทย การนำ IQOS หรือไส้ TEREA เข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีศุลกากรที่ถูกต้อง หรือไม่เสียอากรตามที่กำหนด ถือเป็นความผิดตามกฎหมายนี้โดยตรง โดยมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา ขึ้นอยู่กับปริมาณและมูลค่าของสินค้าที่นำเข้า
ฉบับที่สามคือ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งออกในปี พ.ศ. 2557 และยังมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ประกาศนี้ระบุถึงการห้ามนำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนกับยาสูบตามการตีความของเจ้าหน้าที่บางส่วน แม้ว่าการตีความว่า IQOS ILUMA เข้าข่ายหรือไม่ยังคงเป็นประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันในทางกฎหมาย
| ผลิตภัณฑ์ | ประเภทตามกฎหมายไทย | สถานะการนำเข้า | การใช้งานส่วนตัว |
|---|---|---|---|
| บุหรี่ซิการ์แบบดั้งเดิม | ผลิตภัณฑ์ยาสูบ | ต้องเสียอากร + ขออนุญาต | อนุญาต (เฉพาะที่ที่กำหนด) |
| ไส้ TEREA (ยาสูบให้ความร้อน) | ผลิตภัณฑ์ยาสูบ | ต้องเสียอากร + ขออนุญาต | พื้นที่เทา |
| ตัวเครื่อง IQOS ILUMA | อุปกรณ์ให้ความร้อน | เสี่ยงเข้าข่ายบุหรี่ไฟฟ้า | พื้นที่เทา |
| บุหรี่ไฟฟ้า Vape (มีสารนิโคติน) | บุหรี่ไฟฟ้า | ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด | ห้าม |
| น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquid) | บุหรี่ไฟฟ้า | ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด | ห้าม |
IQOS กับบุหรี่ไฟฟ้า — กฎหมายไทยมองต่างกันอย่างไร?
จุดที่สร้างความสับสนมากที่สุดในเรื่อง IQOS กับกฎหมายไทย คือการที่คนส่วนใหญ่มักรวม IQOS กับ “บุหรี่ไฟฟ้า” ไว้ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งที่ในทางเทคนิคทั้งสองผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านกลไกการทำงานและองค์ประกอบ
บุหรี่ไฟฟ้าแบบ Vape ทำงานโดยการเปลี่ยนน้ำยานิโคติน (E-Liquid) ให้กลายเป็นละอองไอผ่านการให้ความร้อนด้วยขดลวดความร้อน ไม่มีการเผาไหม้ใบยาสูบจริงแต่อย่างใด ในขณะที่ IQOS ทำงานโดยการให้ความร้อนกับไส้ TEREA ซึ่งมีใบยาสูบอัดแน่นอยู่จริง ที่อุณหภูมิประมาณ 300 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าการเผาไหม้แบบบุหรี่ทั่วไปที่เกิดที่ประมาณ 600-900 องศา ความแตกต่างนี้ทำให้ IQOS ถูกจัดเป็น “Heated Tobacco Product” หรือ HTP ซึ่งเป็นหมวดผลิตภัณฑ์แยกจากบุหรี่ไฟฟ้าในหลายประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยในปัจจุบันยังไม่ได้แยกหมวด HTP ออกจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจนในเชิงนิติบัญญัติ สำนักงาน อย. เคยออกประกาศเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อน โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก อย. ไทย ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศที่ อย. ท้องถิ่นได้อนุมัติ IQOS เป็นผลิตภัณฑ์ที่ “ลดความเสี่ยง” แล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกาที่ FDA อนุมัติให้ IQOS เป็น Modified Risk Tobacco Product ในปี 2563 และญี่ปุ่นที่มีตลาด IQOS ที่ถูกกฎหมายขนาดใหญ่
ข้อแตกต่างในทางปฏิบัติที่สำคัญอีกประการคือ การนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า Vape เข้าไทยมีบทลงโทษที่ชัดเจนและเข้มงวดกว่า เนื่องจากมีประกาศห้ามนำเข้าโดยตรง ในขณะที่กรณีของ IQOS การบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติมีความไม่สม่ำเสมอมากกว่า โดยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ปริมาณสินค้า และบริบทของสถานการณ์ สำหรับไส้ TEREA มีกี่รสและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความของเรา
นอกจากนี้ ยังมีมิติในด้านสาธารณสุขที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน เพราะ อย. ให้ความสำคัญไม่เพียงแต่กับประเด็นกฎหมายการนำเข้า แต่ยังรวมถึงการป้องกันนักสูบรายใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
สิ่งที่ผู้ใช้ IQOS ในไทยควรรู้เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
แม้สถานะทางกฎหมายของ IQOS ในไทยจะยังมีความคลุมเครืออยู่บ้าง แต่มีหลักการปฏิบัติที่ชัดเจนหลายประการสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ IQOS อย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ
ประการแรกคือเรื่องแหล่งที่มาของสินค้า การนำ IQOS หรือไส้ TEREA เข้าประเทศด้วยตนเองจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมีความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อจากแหล่งในประเทศที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย เพราะมิติของการนำเข้าเป็นจุดที่กฎหมายมีความชัดเจนกว่ามิติของการใช้งาน
ประการที่สองคือสถานที่ใช้งาน พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 กำหนดสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ไว้ชัดเจนมาก รวมถึงสถานที่สาธารณะ ร้านอาหาร ห้องพักโรงแรม สถานที่ทำงาน ยานพาหนะสาธารณะ และพื้นที่ปิดต่างๆ กฎข้อห้ามเหล่านี้ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท รวมถึง IQOS ด้วย ไม่ว่าตัวเครื่องจะถูกตีความว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ก็ตาม การฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท
ประการที่สามคือการติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ สถานะทางกฎหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนในไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการแก้ไขกฎหมายหรือประกาศจาก อย. หลายประเทศทั่วโลกกำลังพัฒนากรอบการกำกับดูแล HTP แยกจากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งไทยอาจเดินตามแนวทางดังกล่าวในอนาคต ผู้ใช้ควรติดตามประกาศจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างสม่ำเสมอเพื่อรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
ประการสุดท้ายคือมิติด้านสุขภาพที่ต้องพิจารณาควบคู่กับประเด็นกฎหมาย แม้ว่า Philip Morris International ผู้ผลิต IQOS จะนำเสนอข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ให้ความร้อนปล่อยสารพิษน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงมีนิโคตินและสารเคมีอื่นๆ ที่ส่งผลต่อร่างกายในปริมาณที่วัดได้ การตัดสินใจใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน รวมถึงคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IQOS กับกฎหมายไทย 2568
ถาม: ใช้ IQOS ในที่สาธารณะในไทยได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ห้ามสูบผลิตภัณฑ์ยาสูบในสถานที่สาธารณะปิด เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามบิน และยานพาหนะสาธารณะ การใช้ IQOS ในสถานที่เหล่านั้นมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ธรรมดา
ถาม: นำ IQOS จากญี่ปุ่นกลับมาไทยได้ไหม?
ตอบ: มีความเสี่ยงสูง การนำตัวเครื่อง IQOS และไส้ TEREA เข้าประเทศไทยต้องผ่านพิธีศุลกากรที่ถูกต้อง และอาจถูกตรวจยึดที่ด่านหากเจ้าหน้าที่ตีความว่าเข้าข่ายสินค้าควบคุม โดยเฉพาะตัวเครื่องที่อาจถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ปริมาณที่นำเข้าก็เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่
ถาม: โทษสำหรับการพกพา IQOS ในไทยคืออะไร?
ตอบ: ไม่มีบทลงโทษที่ระบุชัดเจนสำหรับการครอบครอง IQOS เพื่อใช้งานส่วนตัว แต่การนำเข้าโดยไม่ชอบตามกฎหมายศุลกากรมีโทษปรับและหรือจำคุก ขึ้นอยู่กับปริมาณและเจตนา หากเป็นการพาณิชย์หรือนำเข้าในปริมาณมากจะมีบทลงโทษหนักกว่าการใช้งานส่วนตัว
ถาม: IQOS แตกต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างไรในแง่กฎหมายไทย?
ตอบ: ในทางกฎหมายไทยปัจจุบันยังไม่มีการแยกหมวด HTP ออกจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ บุหรี่ไฟฟ้า Vape มักถูกบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นกว่า เนื่องจากมีประกาศห้ามนำเข้าโดยตรงที่ชัดเจนกว่า ส่วน IQOS อยู่ในพื้นที่เทาที่มีความคลุมเครือมากกว่า
ถาม: อย. ไทยรับรอง IQOS ว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ไหม?
ตอบ: ยังไม่มีการรับรองดังกล่าวจาก อย. ไทย สำนักงาน อย. ยังคงระบุว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท รวมถึง IQOS มีผลเสียต่อสุขภาพ แม้ว่า FDA ของสหรัฐอเมริกาจะอนุมัติ IQOS เป็น Modified Risk Tobacco Product ในปี 2563 แล้วก็ตาม ซึ่งแตกต่างจากกรณีของไทยที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ถาม: กฎหมายไทยเกี่ยวกับ IQOS จะเปลี่ยนแปลงในอนาคตไหม?
ตอบ: มีความเป็นไปได้ที่กฎหมายจะมีการปรับปรุงเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่โดยเฉพาะ หลายประเทศทั่วโลกกำลังพัฒนากรอบการกำกับดูแล HTP แยกจากบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ใช้ควรติดตามข่าวสารจาก อย. อย่างต่อเนื่องเพื่อรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน IQOS Thailand Official · อัปเดต กรกฎาคม 2568
